บทที่ 3 พลังแห่งธรรม Power of Spirituality

พลังแห่งธรรม
พลังแห่งธรรม

พลังแห่งธรรม (Power of Spirituality)

พลังแห่งธรรม (Power of Spirituality) คําว่า “ธรรม” ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงพระธรรมซึ่งเป็นคําสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ แต่หมายถึงสิ่งที่มีตัวตนอยู่เหนือกายภาพและ เหนือความคิดของเรา ธรรมคือพลังที่อยู่ในธรรมชาติ ที่มีอยู่ในจักรวาลซึ่งอาจ จะจับต้องไม่ได้ มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่มีอธิบายกันในเชิงปรัชญา ศาสนา หรือไสยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ในบางกรณี

ศาสดาในศาสนาต่างๆ ต่างก็สั่งสอนพลังแห่งธรรมที่แต่.. พบให้มนุษยโลกนํามาใช้เพื่อความสุข สมหวัง และความสําเร็จ ปรารถนา เพื่อให้มนุษย์รับมือกับความทุกข์ยากและรู้วิธีเข้าสู่ความสรธรรมที่แต่ละท่านได้ค้น และความสําเร็จทั้งปวงที

นักปรัชญาได้พูดถึงสิ่งเหล่านี้ในเชิงของความคิดระดับสูง เป็นความ คิดที่ละเอียดลึกซึ้งแต่มีความเป็นไปได้ในขณะที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามาอย พิสูจน์ไปถึง

แนวไสยศาสตร์ได้เล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ที่มนุษย์บางคนได้รับ ประสบการณ์ หรือที่มนุษย์บางคนสามารถใช้พลังบางอย่างที่มนุษย์ปกติทํา ไม่ได้ เช่น การหายตัว การเสกสิ่งของ การทําร้ายด้วยของที่มองไม่เห็น การ ทรงเจ้าเข้าผี หรือได้นําพลังนี้มาปัดเป่าบรรเทาทุกข์ให้มนุษย์ที่มีความศรัทธา และสร้างความเจริญให้แก่พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งการทําบุญ พลังแห่ง เป็นต้น การใช้วัตถุสิ่งของ หรือสัตว์ในการแก้กรรม การบายศรีสู่ขวัญในรูปแบบต่างๆ

วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นพลังบางอย่างเท่าที่วิทยาศาสตร์สามารถ จะพาไปถึง เซอร์ ไอแซค นิวตัน สามารถคํานวณแรงดึงดูดของโลกและสิ่ง ต่างๆ ในจักรวาลได้ ทําให้มนุษย์สามารถสร้างยานพาหนะที่เอาชนะมัน หรือ ให้มันช่วยเหลือได้ เช่น รถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ เครื่องบิน จรวด ยานอวกาศ ดาวเทียม ฯลฯ ทั้งยังสามารถศึกษาคลื่นแสงและคลื่นวิทยุใน แบบต่างๆ รวมทั้งพลังของอิเล็กตรอนและโปรตอนที่มีอยู่ในอะตอม ไปจนถึง พลังปรมาณู ตลอดรวมถึงแรงอีกหลายหลากมากมายที่มนุษย์มองไม่เห็นและเชื่อว่าในอนาคตวิทยาศาสตร์จะสามารถพิสูจน์สิ่งที่เราเรียกว่าไสยศาสตร์ ให้เห็นได้ เพราะในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ก็กําลังศึกษาในเรื่องจิตสํานึกรู้ แeansciousness) ที่ทําให้สัตว์และมนุษย์รับรู้และรู้ตัวว่าเป็นใคร ผลดีของสมาธิ และพลังจิตในรูปแบบต่างๆ

พลังแห่งธรรมมีอยู่ทั่วไปในจักรวาล ทั้งในและนอกตัวเราเพียงแต่เรา อาจจะไม่ล่วงรู้ตัวว่ามันมีอยู่ในรูปแบบใดบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้มันจะมีอยู่ มากมายที่เราอาจจะไม่สามารถล่วงรู้ได้หมด แต่มีพลังแห่งธรรมหลายๆ อย่างที่มนุษย์ได้ค้นพบและนํามาอธิบาย หากเราได้ศึกษาและนํามันมาใช้ มันก็จะสามารถเพิ่มโชคให้แก่เราได้อย่างมหาศาล บางอย่างควบคุมได้ด้วย ตัวเราเอง และบางอย่างมีตัวเราเองเป็นผู้เริ่มต้นและอาศัยพลังแห่งธรรมที่เรา ศรัทธาดําเนินการต่อให้แก่เรา

พลังแห่งจิตวิญญาณ (Power of Spirituality)

จิตวิญญาณ (Spirit) ก็คือพลังแห่งธรรมที่เจาะจงพูดถึงพลังที่เกี่ยวกับ ตัวมนุษย์และพระเจ้าโดยตรง หรือเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่มนุษย์ นับถือในลักษณะที่คล้ายพระเจ้าของเขา หรือแม้กระทั่งที่มนุษย์พูดถึงแทน กระเจ้า อันได้แก่ พลังแห่งจักรวาล (power of the universe) หรือปัญญาอันไร้

โดย (infinite intelligence) ที่มีผลต่อความเป็นสุขของมนุษย์ที่มีความเชื่อ

ความเชื่อในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับพลังแห่งจิตวิญญาณนี้ เป็นความเชื่อ ในระดับที่เรียกว่า ศรัทธา (faith) หรือความเชื่อที่ไม่ต้องการพิสูจน์ เชื่อว่ามัน เป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยไม่ลังเลสงสัยสั่นคลอน และพลังแห่งศรัทธานี้เองที่ ทําให้เข้าถึงพลังสูงสุดในจักรวาล อันจะส่งผลให้มนุษย์เข้าถึงโชคอย่างที่คน อื่นไม่มี

eเมื่อมนุษย์ค้นพบพลังแห่งจิตวิญญาณ ก็ได้นํามาถ่ายทอดสู่ผู้คนผ่าน คําสั่งสอนซึ่งต่อมาได้ถูกบันทึกลงในพระคัมภีร์ พระไตรปิฎก วิชาปรัชญา รวมไปถึงวิชาวิทยาศาสตร์ด้วย ทั้งหมดมีทั้งความคล้ายคลึงในแก่น แต่แตก ต่างกันไปในรายละเอียดและการแปลความหมาย ซึ่งเมื่อได้นํามาเปรียบ เทียบแล้ว คนเราก็สามารถนํามันมาใช้ในชีวิตประจําวันและสถานการณ์ ต่างๆ อันจะก่อให้เกิดโชคแก่ชีวิตได้

พลังแห่งจิตวิญญาณได้รับการถ่ายทอดผ่านกันมาเป็นรุ่นๆ หลายชั่ว อายุคน มันถูกรวบรวมไว้เป็นกฎที่แยกแยะได้ เราจะเรียกกฏเหล่านี้ว่า กก แห่งจักรวาล (Laws of the Universe)

กฎเชิงจิตวิญญาณที่สําคัญ ในจักรวาลแarwลังแห่งการควบคุม

มีกฏเชิงจิตวิญญาณของจักรวาลที่มนุษย์ค้นพบและได้อธิบายไว้ซึ่ง เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ อันจะได้กล่าวโดยย่อเพื่อเป็นแนวทางแก่คุณได้ ศึกษาต่อและนําไปใช้ได้ในชีวิตประจําวัน ดังนี้

1. กฎแห่งเหตุต้นและพลลัพธ์ (Law of Cause and Effect)

ไบรอัน เทรซี่ ได้พูดถึงกฎนี้มากที่เดียวในหนังสือและในการสอน สัมมนาของเขา ที่จริงแล้วมันเป็นกฎที่อริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีกที่มีชีวิต หลังพระพุทธเจ้าประมาณ 300 ปี สอนไว้ในทฤษฎีแห่งสาเหตุต้น (Causality Theory) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิชาปรัชญาของเขาซึ่งเป็นรากฐานของวิชาเมทา ฟิสิกส์ที่กลายมาเป็นวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

มีสองประโยคที่สรุปไว้เป็นแนวทางของกฎแห่งเหตุต้นและผลลัพธ์นี้ ว่า “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน” และ “ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น เรา สามารถย้อนรอยกลับไปสู่ต้นเหตุของมันได้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดย บังเอิญ”

แม้อริสโตเติลไม่ได้กล่าวเช่นนี้โดยเฉพาะแต่มันก็เป็นคําสาป 15ในที่ต่างๆ อริสโตเติลเป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์ เขาไม่เชื่อว่าล่า จะเกิดขึ้นมาเอง มันจะต้องมีสาเหตุเริ่มต้นที่นําไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรากฏ จะเป็นเรื่องอะไร

ต่มันก็เป็นคําสรุปที่เขาได้ให้

ขาไม่เชื่อว่าจู่ๆ สิ่งต่างๆ

ไบรอัน เทรซี่ นํามันมาอธิบายถึงประโยชน์ของมันในปัจจุบันในแง่ของ การใช้ชีวิตและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของอาชีพการงาน กฏแห่งเหตุต้นและ ผลลัพธ์ของเขา ถูกนํามาใช้ในเรื่องของการวางแผนและการปฏิบัติตามแผน อย่างเคร่งครัด ในทํานองที่ว่า ไม่ว่าเราใส่เข้าไปเท่าไรเราก็ได้ออกมาเท่านั้น ถ้าเราใส่เข้าไปน้อยก็ได้กลับมาน้อยไม่ว่าจะแง่ใดๆ

ผู้ที่ประสบความสําเร็จมีวิธีการที่แน่นอน ความสําเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดย บังเอิญ และคนอื่นๆ สามารถเรียนรู้และกระทําตาม ซึ่งจะทําให้เกิดผลลัพธ์ที่ คล้ายคลึงกันได้ กฎข้อนี้จึงทําให้คนเราสามารถทํานายผลในอนาคตออกมา ด้วยความพูดที่ว่า “ความสําเร็จทํานายได้”

2. กฎแห่งการกระทําและปฏิกิริยาตอบสนอง

(Law of Action and Reaction)

กฏนี้เป็นกฏที่พิสูจน์ต่อมาในแง่หนึ่งของสิ่งที่อริสโตเติลเคยพูดไว้ แต่ อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าเราให้ แรง (force) ออกไปเท่าไร เมื่อกระทบ

ม่ว่าจะมีขนาดเท่าใด สิ่งนั้นก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนอง (reaction)

กลับมาด้วยแรงที่เท่ากันที่จริงมีสูตรของแรงไว้ว่า F = ma ซึ่ง F คือแรงที่ให้ออกไป มีค่าเท่ากับ – คือ mass ที่แปลว่า มวลสาร และ a คือ acceleration ที่หมายถึง อัตรา ความเร่งของมวลสารนั้น

คําอธิบายมีอยู่ว่า วัตถุที่มีมวลสารขนาดหนึ่งหรือก้อนหนึ่งที่เคลื่อนที่ ด้วยความเร่งขนาด 2 จะมีแรงออกมาขนาดหนึ่ง ในทางกลับกัน เมื่อให้แรงที่ คงที่แก่มวลสารชั้นหนึ่งจะทําให้มวลสารนั้นมีความเร่งคงที่อยู่เช่นเดิมจนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของแรง ถ้าวัตถุอยู่นิ่งอยู่กับที่มันก็จะอยู่นิ่งอย่าง นั้นต่อไปจนกว่าจะมีแรงมากระทําต่อมัน และมันคือข้อหนึ่งของกฏแห่งการ เคลื่อนที่ซึ่งนิวตันค้นพบ

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สามารถติดตามได้ ที่นี้ย่อหน้า


สื่อที่เกี่ยวข้อง