บทที่ 5 ยุทธศาสตร์สร้างพนักงานธรรมดาให้เป็นยอดบุคลากร

ยุทธศาสตร์ สร้างพนักงานธรรมดาให้เป็นยอดบุคลากร

ยุทธศาสตร์ สร้างพนักงานธรรมดาให้เป็นยอดบุคลากร มีหลายองค์ประกอบเหลือเกินที่จะสร้าง คนเป็นยอดบุคลากรผู้ทรงคุณค่า และเรื่องราวในบทนี้ก็จะ ร่วมเดินทางไปสู่ขั้นตอนการสร้างคน ให้คนมีพฤติกรรมอัน ติดตัวไว้ กับคําถามที่ว่าเราควรสร้างคนให้เป็นเช่นไรถึงจะ องค์กรที่สุด คําตอบที่คุณอยากรู้ได้ถูกรวบรวมไว้ในบทนี้แล้ว ขอ ตามมาอ่านเพื่อทําความเข้าใจได้จะสร้างให้คนหนึ่ง เบทนี้ก็จะนําพาทุกท่าน

ยุทธศาสตร์ สร้างพนักงานธรรมดาให้เป็นยอดบุคลากร


ยุทธศาสตร์ สร้างพนักงานธรรมดาให้เป็นยอดบุคลากร กติกรรมอันเหมาะสม เช่นไรถึงจะส่งผลดีต่อ ยุทธศาสตร์ สร้างผู้เยียวยาทางใจพื้นฐานที่ผมอยากให้คุณสร้างบุคลากรในองค์กรคุณให้เป็นก่อน อื่นใด คือการสร้างเขาให้เป็นที่ปรึกษาชั้นดี เป็นผู้เยียวยาทาง จิตใจได้ รู้จักการแก้ปัญหาที่เหมาะสมทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น เพราะเราต้องยอมรับว่ามนุษย์มีความรู้สึกและอารมณ์ที่ขึ้นลงไปได้ตาม สภาวะ หลายครั้งที่เดียวที่คนไม่สามารถทํางานต่อได้เมื่อเกิดปัญหา

ส่วนตัว หรือเมื่อเกิดเรื่องไม่สบายใจระหว่างพนักงานอะหว่างพนักงานด้วยกัน ซึ่ง

แนวทางการแก้ปัญหาของนักบริหารยุคเก่าก็คือปล่อยก็ดีเอง หรือไม่ก็ถึงกับดองกับเรื่องงาน บางรายถึงขั้นโดนหาว่าไม่ควรเอาไว้ไม่ต้องก็มี ทําแบบนี้มันแรก

เบบนี้มันแก้ปัญหาได้จริงหรือบริหารยุคเก่าก็คือปล่อยเอาไว้ไม่ต้องสนใจ เบดด่าตักเตือนหาว่าไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมา ายถึงขั้นโดนไล่ออกเพราะเครียดจนทํางานไม่ได้

มันไม่ดีกว่าหรือหากทํางานได้อย่างเต็มที่ หรือไม่ก็สร้างบุคคอยแก้ปัญหาให้เพื่อนว่าหรือหากคุณสามารถสร้างคนที่ยุติปัญหาส่วนตัวแล้วเที่ยวหรือไม่ก็สร้างบุคลากรที่ดีรู้จักเอาใจใส่คนอื่น ให้เพื่อนร่วมงาน อันจะทําให้เกิดมิตรภาพอันแน่นแฟ้น

พร้อมทั้งยังจะก่อให้เกิดประสบการณ์ในการแก้มองให้ไกลอีกหน่อย

ขึ้นในที่ทํางาน พร้อมทั้งยังจะก่อให้เกิดประสา หาทั้งต่อเจ้าตัวผู้เผชิญปัญหาเอง และคนที่มาแนะนําทาง ไกลอีกหน่อย มันจะเท่ากับเป็นการแก้ปัญหาความเครียดให้กับสังคมได้เลยทีเดียวนอกจากนี้การสร้างคนลักษณะนี้ขึ้นยังช่วยลดโอกาสการเกิด ปัญหาระหว่างการทํางานด้วย เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่คนทํางานกัน ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หากคุณฝึกคนให้รู้จักประสานงานและ ดับปัญหาต่อกัน พูดคุยกับอย่างเปิดอกฉันท์ญาติมิตร ความถ้อยทีถ้อย อาศัยจะเกิดขึ้น ซึ่งความเปิดเผยซึ่งกันและกันนี้ช่วยให้การทํางานราบ ขึ้นได้อย่างยิ่ง ต่อไปใครเกิดปัญหาก็จะได้เปิดอกพูดได้เลยว่า “ตอนนี้ ผมกําลังมีปัญหานะครับ” เราจะได้เข้าใจสภาวะของพนักงานได้ และ ช่วยกันแก้หรือไม่ก็แนะแนวทาง เพื่องานจะได้กลับมาเดินอย่างเร็วที่สุดอาหลายท่านย่อมเกิดข้อสงสัยว่าการทําเช่นนั้นจะเป็นการงานหรือไม่ และ เวสถานประกอบการใจว่า การจะทําอะไร

ดีหรือไม่ มันจะเป็นการเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานหมี จะทําให้ที่ทํางานกลายเป็นสถานสงเคราะห์มากกว่าสถานประ ทางธุรกิจหรือเปล่า อันนี้คงต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจว่า การจะ นั้นมันต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม ผมไม่สนับสนุนให้บริษัทกลา สถาบันจิตเวชที่ใครต่อใครก็มาปรึกษากันแทนที่จะทํางานทําการ ที่มันควรจะเป็น เพียงแต่แนวทางนี้เป็นการเยียวยาด่วนสําหรับจิตใน อ่อนล้าของคน ซึ่งหากคุณจะสร้างคนให้เป็นที่ปรึกษา คุณก็ต้องสร้าง ให้เขาเป็นนักฟังผู้ยินดีแก้ปัญหา ไม่ใช่นักฟังที่เอาแต่ฟัง แล้วก็เออออ ห่อหมก ประเภทว่าเขาเกิดท้อก็ดันท้อตามไปด้วย ไม่พยายามพด ปลุกใจให้เขาลุกขึ้นมาเลย แบบนั้นก็ไม่สมควร เพราะมันจะเป็นการ เพิ่มความหนืดให้กับที่ทํางานเสียมากกว่า ดังนั้นหลักที่ถูกเมื่อคนเกิด ปัญหาและต้องการคําปรึกษากับเพื่อนร่วมงานก็คือ “รับฟังปัญหา ทํา ความเข้าใจ และช่วยแก้ไข” แต่จะไม่มานั่งเศร้าทั้งวันแล้วก็จมอยู่กับ เรื่องนี้ เราต้องสอนให้บุคลากรของเราเป็นนักแก้ปัญหามืออาชีพ

หากคุณกลัวว่าการทําเช่นนี้จะทําให้พนักงานหลายคนได้ใจ พา กันอ้างว่าตัวเองมีปัญหากันหมดตลอดเวลาเพื่อหวังการอนุโลม ก็ขอ อธิบายว่าผมบอกให้คุณสร้างคนให้ช่วยกันแก้ปัญหาในองค์กร แต่ไม่ได้ บอกให้คุณอนุโลมเขาแต่อย่างใด คุณมีสิทธิ์ตามกฎระเบียบขององค์กร เช่น หากพนักงานทํางานไม่สําเร็จตามเป้า แล้วมาอ้างว่าเกิดจาก ปัญหาส่วนตัว คุณก็ควรสอนให้เขารู้จักจัดการกับปัญหานั้น ขณะ เดียวกันกฎก็ต้องเป็นกฎ หากเขาทําไม่สําเร็จก็ต้องมีการลงโทษตาม กฎบ้าง แต่อาจมีการผ่อนผัน ให้โทษเบาบางลงสักหน่อย แต่มิใช่ว่าไม่ต้องรับโทษเลย แบบนั้นย่อม

สร้างนิสัยอ่อนแอให้กับพวกเขาอีกด้วยแบบนั้นย่อมทําให้พนักงานพากันได้ใจ และเป็นการและเพิ่มความรู้สึกในโปรดทําความเข้าใจว่า เราทําเพื่อเพิ่มมุมมองทางการแก้ปัญหา ความรู้สึกใส่ใจ ละเอียดอ่อนกับคนรอบข้างให้กับพนักงาน มิใช่ เพื่อให้เขาอ่อนแอหรือกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยคําอ้างว่าทํานั้นไม่ได้

เพราะอย่างนี้ ทํานี่ไม่ได้เพราะอย่างนั้นเทคนิคยุทธศาสตร์นี้

สร้างคนให้เป็นที่ปรึกษา เป็นนักคลายความกังวล เพื่อจะ ได้คอยเป็นหูเป็นตาให้กําลังใจเพื่อนร่วมงาน และยังเป็นการฝึก แก้ปัญหาชีวิตในทางหนึ่งด้วย ซึ่งจะทําให้องค์กรคุณเต็มไปด้วย คนที่เข้าใจคน อันจะเป็นการลดปัญหาที่ดีทางหนึ่ง

คนได้ยุ ท ธ ศาสตร์ ติเพื่อ ก่อการกล่าวคําชื่นชมเมื่อพนักงานทํางานดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ พอะไรที่เรารู้กันมาแต่ไหนแต่ไรว่าสามารถใช้มันเพิ่มกําลังใจให้กับ ได้อย่างดีและขณะเดียวกันตําราการบริหารคนส่วนใหญ่จะสอนว่า เมื่อ ในทําผิดก็อย่าดุด่าให้มากเกินไป แต่ควรใช้คําที่ดีงามแนะนําแทนที่ผมแนะนําคุณไปในเบื้องต้น แต่ขอให้คุณเข้าใจไว้เลยว่า สร้างคนได้แต่กับคนที่มีปัญญาและมีความกระตือรือร้นรู้จัก ยตนเองเท่านั้นเพราะเมื่อคุณพูดดีและผู้ฟังรู้ว่าอะไรเป็นอะไรพนักงานวิธีนี้ใช้สร้างคนได้แค พัฒนาด้วยตนเองเท่านั้น



ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สามารถติดตามได้ ที่นี้ย่อหน้า


สื่อที่เกี่ยวข้อง