บทที่ 2 สร้างคนที่สร้างคน

สร้างคนที่สร้างคน

สร้างคนที่สร้างคน การลงทุนที่สูงที่สุดวันนี้ ควศน ไม่ใช่เคกวงจักร

สร้างคนที่สร้างคน


สร้างคนที่สร้างคน ประโยคขึ้นต้นบทนั้น คือ คํากล่าวที่ คุณ ธนินท์ เจียรวนนท์ หรือเจ้าสัวซีพีได้พูดเอาไว้ตอนให้สัมภาษณ์ในรายการ โทรทัศน์รายการหนึ่ง เป็นอีกหนึ่งคํายืนยันว่าทุกวันนี้ แม้เทคโนโลยีจะ ก้าวไปได้ไกลเพียงไหน แต่กระนั้นองค์ประกอบที่มีความสําคัญสําหรับ องค์กรทั้งหลายหาใช่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ไร้ชีวิตใดๆ แต่เป็น บุคลากรที่มีลมหายใจต่างหาก ซึ่งแนวคิดเช่นนี้เองที่ทําให้คุณธนินท์กับ นักธุรกิจอีกมากมายประสบความสําเร็จอย่างยั่งยืน สวยงาม และเป็น แบบอย่างสําหรับบริษัทที่ต้องการมีอนาคตที่สดใส เพราะเขาไม่มอง

ข้ามคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์คุณถึงกับพลังของมนุษย์มากกว่าพลังของเครื่องจักรผมอยากให้ เดๆ เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วมนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพมารถพัฒนาศักยภาพไปได้ไกลกว่าเครื่องจักรทั้งหลายอีก แม้ด้านพละกําลังนั้นเครง เช่น ปั้นจั่นที่ยกของหลายร้อยกิโลกรัมได้ในขา แม้ด้านพละกําลังนั้นเครื่องจักรอาจมีมากกว่า ขอยกิโลกรัมได้ในขณะที่คนเราทําไม่ได้ แต่หากพูดถึงด้านพลังสมองและความคิด ไม่ว่าจะอย่างไรมนุษย์ก็ยังเหนือ กว่าอยู่ดี

ขอเพียงได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง และหมั่นลับสมองอยู่ เสมอ อย่าลืมว่าสมองกลทุกชนิดก็ประดิษฐ์ขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น ใน อดีตคนก็เป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในถ้ํา แล้วก็จุดไฟจากท่อนไม้ แต่ทุกวันนี้เรามีไฟฟ้าใช้ มีเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่การเดินทางข้าม ท้องทะเลไปจนถึงเครื่องบินลอยฟ้า ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็มาจากมันสมอง ของมนุษย์ ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่หวังแต่จะพึ่งพาเทคโนโลยีคงต้อง รีบคิดใหม่โดยด่วน ไม่เช่นนั้นบริษัทของคุณอาจกลายเป็นอดีตเพราะ มัวแต่ลงทุนผิดทาง

นอกจากนี้ผมยังอยากให้คุณได้ลองมองในระยะยาวสักนิดว่าการ ลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งกว่า คุณสังเกต หรือไม่ว่าทุกครั้งที่คุณต้องอัพเดต ยกระดับเครื่องจักรสมองกลทั้งหลาย ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นนั้น คุณต้องใช้เงินลงทุนหรือไม่ก็ต้องใช้คนมา จัดการเสมอ เพราะมันไม่สามารถเดินไปอัพเดตโปรแกรมได้ (ยกเว้น ว่าคนจะตั้งเวลาให้มันอัพเดตเอาไว้) ซึ่งอัพเกรดหนึ่งครั้งก็ต้องเสียค่า ใช้จ่ายหนึ่งรอบ เป็นเช่นนี้เสมอ ในขณะที่มนุษย์นั้น หากคุณลงทุนจุด ประกายให้เขาเป็นบุคลากรทรงคุณภาพที่ขยันขันแข็ง สนุกกับการ เรียนรู้เสริมไอเดียอยู่เสมอ

บุคลากรรายนั้นจะสามารถอัพเกรดตัวเองได้เสมอไม่ว่าจะมีกระบวนการอัพเกรดอีกหรือไม่ก็ตาม ดีไม่ดีบางรายถึง กับยอมควักเงินตัวเองเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท ปริญญาเอกเลยก็มี ผมอยากให้คุณวิเคราะห์จุดนี้ให้ดีเพราะว่าเครื่องจักรที่ดีแค่ไหนมันไม่ สามารถใฝ่รู้ด้วยตนเองได้เท่าคนที่มีความมุ่งมั่นและมีความพยายามเนื่องจากในระหว่างการทํางาน มนุษย์ก็จะมีความชํานาญใน นั้นๆ เพิ่มขึ้น เช่น ถ้าเขาเป็นนักบัญชีแน่นอนว่าตอนเพิ่งเรียนจบมาใน สร้างคนที่สร้างคน

ความคล่องแคล่วว่องไวในการคิดคํานวณอาจยังไม่มาก แต่เมื่อเวลา ผ่านไป เมื่อหน้าที่การงานได้บ่มเพาะสั่งสมองค์ความรู้จนได้ที่ ฝีมือการ เป็นนักบัญชีของเขาย่อมเพิ่มพูน อีกทั้งยังอาจมีแนวคิดสร้างสรรค์งอก เงยขึ้นมาระหว่างนั้นด้วยเช่นคิดวิธีการทําบัญชีแนวใหม่ที่สะดวกกว่าเดิม หรือคิดระบบการจัดเอกสารที่เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น เหล่านี้เองที่ เขาเรียกกันว่า การสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งเป็นทักษะชั้นเยี่ยมที่ เครื่องจักรทั้งหลายยังมีไม่เท่ามนุษย์ และหากคุณลงทุนติดความใฝ่รู้ บ่ม ความเป็นคนที่มีพลังแบบไม่จํากัดให้กับพนักงานของคุณได้ มันจะเป็น การลงทุนที่คุ้มค่ามากขนาดไหน โปรดลองประเมินดู

ถ้าคุณสังเกตเกี่ยวกับโลกธุรกิจในทุกวันนี้ คุณจะพบว่าคนหันมา ให้ความสําคัญกับนักธุรกิจและบุคลากรที่มีวิสัยทัศน์ มากกว่าจะไปเน้น ที่เรื่องเครื่องจักรหรือเครื่องอํานวยความสะดวกทั้งหลาย ปัจจุบันมีบท สัมภาษณ์บุคคลแถวหน้าในวงการธุรกิจออกมาแสดงทัศนะกันอย่าง มากมาย ในขณะที่ยุคก่อนหน้านี้สังคมเหมือนจะตื่นเต้นกับนวัตกรรม ใหม่ๆ อย่างแพร่หลาย แต่ผู้บริหารที่มองการณ์ไกลจะไม่หลงไปกับ กระแสเหล่านี้ เขาจะมองจากอดีตถึงปัจจุบันและมองจากปัจจุบันถึง อนาคตว่า อะไรกันแน่ที่มีส่วนสร้างความมั่นคงให้บริษัท และคนที่มอง เช่นนี้ ออกส่วนมากก็คือคนที่ยังยืนอยู่ได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ง่อนแง่นทั่วโลกลองสังเกตบริษัทมหาอํานาจของประเทศไทยในปัจจุบัน ทุกแห่ง ล้วนตระหนักรู้ฉลาดคิดล่วงหน้า เลยสร้างคนไว้คอยท่า พร้อมรับมือกับ ทุกปัญหาและพิทักษ์รักษาบริษัทไว้ตั้งแต่สมัยที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตก ครั้งแรกเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2540 ทําให้เมื่อปฏิทินเปิดมาถึงปี พ.ศ. 2552 ในปัจจุบันบริษัทเหล่านั้นจึงสามารถต้านแรงลมพายุมรณะทางเศรษฐกิจ ได้อย่างสบายใจ เพราะเขามีการลงเสาเข็มระดับเข้มข้นไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เสาเข็มที่ทุกบริษัทลงก็ไม่ใช่สุดยอดนวัตกรรมล้ําสมัยไฮเทค ราคาแพงจากที่ไหน แต่กลับเป็นเหล่าบุคลากรระดับมืออาชีพและ สมองไว กับทีมผู้บริหารสุดแกร่งที่คอยช่วยกันประสานงานรับมือ ต่อทุกวิกฤติที่พากันโถมเข้ามา ซึ่งถ้าคุณอยากทราบว่าบริษัทไหนบ้าง ที่เป็นปึกแผ่นขนาดนั้นก็รู้ได้ไม่ยากครับ เพราะเจ้าของบริษัทแต่ละแห่ง ทยอยกันออกมาแสดงวิสัยทัศน์ผ่านทางสื่อหรือไม่ก็หนังสือกันมากมาย การศึกษางานและวิธีการคิดจากบุคคลเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์กับคุณ อย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือเล็ก

หลักคิดที่ผมยกขึ้นมากล่าวนั้นคือส่วนหนึ่งของการมองให้หลายมุม ซึ่งเป็นทักษะหนึ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งสําหรับการเป็น “ผู้สร้างคน” ก่อนที่ ผมจะนําคุณไปรู้จักกับวิธีการสร้างคน ผมก็ต้องขอแนะนําให้คุณรู้จักอีก หนึ่งยุทธศาสตร์การสร้างคนที่จําเป็นอย่างยิ่งนั่นคือ ก่อนคุณจะสร้างคน คุณเองก็ต้องสร้างตนให้เป็นผู้ที่สามารถจะสร้างคนได้ คุณต้องมีความรู้ ความสามารถเพียงพอ เพราะเมื่อคุณคิดจะสร้างใครก็เปรียบได้ว่าคุณคืออาจารย์ คุณคือครูที่กําลังจะเตรียมความรู้ไปถ่ายทอ ดังนั้นมันคงตลกมากหากคุณเองกลับไม่มีความรู้ไปสอนใครลาที่กําลังจะเตรียมความรู้ไปถ่ายทอดสอนลูกศิษย์คนร้ไปสอนใคร ลําพังตัว

เองยังเอาตัวไม่รอด คิดอะไรก็มีแค่แง่มุมแคบๆ เท่านั้น ถ้าลองเป็นอีหรอ นั้นนอกจากคุณจะสอนใครไม่ได้แล้ว ลูกน้องกับพนักงานทั้งหลายยัง อาจจะหมดศรัทธาในตัวคุณ พากันคิดว่าเจ้านายของเราช่างไม่รู้จัก ประมาณตนเลย ซึ่งนั่นย่อมไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการอย่างแน่นอน

บางคนอาจแย้งว่าเราไม่ได้ต้องการจะเป็นคนลงมือสร้างคนด้วย ตนเอง แต่จะจ้างคนอื่นมาช่วยสอนลูกน้องต่างหาก ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ตามทว่าไม่ว่าจะอย่างไรหัวหน้า ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการทุกคนก็ ต้องรู้ให้มากกว่าลูกน้องอยู่แล้ว และอํานาจหน้าที่อย่างหนึ่งของหัวหน้า หรือผู้บริหารก็คือการสอนสั่งถ่ายทอดให้ลูกน้องเก่งขึ้นตามลําดับอายุ การทํางาน ดังนั้นจึงไม่มีข้ออ้างแม้แต่ประการเดียวที่คุณจะปล่อยตัว

เองให้กลายเป็นหัวหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ คุณจึงต้องหมั่นศึกษา หาความรู้ในสายงานของคุณให้ตลอด ติดตามความเคลื่อนไหว ความก้าว หน้าใหม่ ๆ ในวงการคุณต้องรู้เสมอเพื่อให้คุณเป็นผู้นํา ไม่ใช่รอให้ลูกน้องคาบข่าวมาบอกอย่างเดียว

ดังนั้นหากคุณจะเริ่มต้นเป็นผู้สร้างคน คุณค ลักษณะดังต่อไปนี้เสริมเพิ่มลงไปในตัวคุณด้วย ซึ่งอ อหัวใจของการเป็นหัวหน้าและผู้บริหารด้วยเช่นกัน มันทคนเป็นผู้สร้างคน คุณควรสร้างให้บุคลิก เบในตัวคุณด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้วมันด้วยเช่นกัน มันทําให้ผมนึก อไว้ว่า “ก่อนจะสร้างคนหรือ อนโด มองหาให้เจอว่าเรามี

ถึงคําของผู้บริหารท่านหนึ่งได้ ท่านกล่าวไว้ว่า “กอา สร้างใคร คุณต้องสร้างตัวเองก่อนอื่นใด มองอะไรต้องสร้างเพิ่มหรือไม่ หากยังมีจุดโหว่ให้สร้างอยู่ก็อย่าเพิ่ง เสนอหน้าไปสร้างใคร แต่จงทุ่มเทก่อร่างสร้างตัวเองให้ลงตัว ก่อนเถิด”มี ความเป็นผู้นํา – ถ้าคุณจะนําผู้ใด คุณย่อมต้องมีภาวะผู้นํา ซึ่งภาวะผู้นําที่ว่าหาใช่

แค่การมีตําแหน่งสูงๆ มีรถดีๆ ขับและมีเงินเดือนมากกว่าใคร แต่ต้องมี ลักษณะนิสัยที่นําคนได้ มีความรู้รอบด้าน มีความเปิดกว้างทางความคิด เป็นนักอ่านที่ขยันพัฒนาตนเองเสมอไม่ให้ตกยุค และที่สําคัญมากคือ ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีหลักการและเหตุผล จงอย่าเป็นหัวหน้าที่คับแคบติด อาการเอาแต่ใจใครมาขัดใจไม่ได้ หรือชอบพูดจาให้สวยหรูดูเกิน จริงไว้เสมอ เช่น อวดอ้างสรรพคุณว่าคุณเคยเป็นผู้บริหารระดับนั้นมา ก่อน เคยประสบความสําเร็จเรื่องนี้มาก่อน ซึ่งแม้คุณจะทําได้จริงๆ ก็ ไม่ควรอวดอ้าง เพราะมันจะทําให้คุณดูเป็นหัวหน้าขี้โม้ช่างฝัน ซึ่งจะลด ทอนความเชื่อถือที่พนักงานมีต่อคุณไปได้พอสมควร

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สามารถติดตามได้ ที่นี้ย่อหน้า


สื่อที่เกี่ยวข้อง