การตั้งชื่อแบรนด์ ( Brand Name )

การตั้งชื่อแบรนด์

การตั้งชื่อแบรนด์ ( Brand Name )อีกคําถามที่พบบ่อย ในการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะ

การตั้งชื่อแบรนด์

การตั้งชื่อแบรนด์ ( Brand Name ) สําหรับธุรกิจใหม่ๆ คือ การตั้งชื่อแบรนด์มีผลต่อ การสร้างประสบการณ์ให้กับ ผู้บริโภค ซึ่งการตั้งชื่อให้เป็น แบรนด์ กับการตั้งชื่อบริษัท

มุมมองไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจดังนั้นต้องเข้าใจกันเสียใหม่ก่อนว่า ทุกๆ แบรนด์ที่ดี ต้องมีชื่อ แต่ไม่ใช่ทุกชื่อจะเป็นแบรนด์ที่ดี“ ทุกแบรนด์ที่จําเป็นต้องมีชื่อ แต่ไม่ใช่ทุกชื่อจะเป็นแบรนด์ที่ดี ”

การที่จะตั้งชื่อแบรนด์ได้นั้น มีหลายแนวทาง ไม่มีสูตรที่ ผิดถูกตายตัวมากนักในปัจจุบัน แต่ที่สําคัญควรหลีกเลี่ยงชื่อ สุ่มเสี่ยงต่อความหมายในด้านลบได้

ทั้งนี้ต้องไม่มองแค่ภาษาเดียว เช่น นอกจากภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ อาจต้องพิจารณาภาษาของประเทศในกลุ่ม AEC หรือภาษาจีน เป็นต้น เพราะตลาดปัจจุบันมองแค่ในประเทศ ไม่ได้แล้ว ต้องเชื่อมสู่ตลาดระดับสากล ( Link to global ) สําหรับการตั้งชื่อแบรนด์ ควรให้มีรากที่ดีในการคิดมากกว่าที่ จะคิดชื่อแค่เพียงคุณสมบัติสินค้าลองดูวิธีการตั้งชื่อกัน

1. ชื่อแบรนด์มาจากชื่อผู้ก่อตั้งการตั้งชื่อแบรนด์ลักษณะนี้ เป็นที่นิยมมากในสมัยก่อน โดยเฉพาะแบรนด์ที่เป็นองค์กร หรือธุรกิจที่เป็นธุรกิจบริการ โดย อาศัยความน่าเชื่อถือจากตัวเจ้าของเอง ที่มีความโดดเด่นขึ้น มาซึ่งแบรนด์ เมื่อก่อนมักถูกจุดพลุมาจากความสามารถของตัว เจ้าของดังนั้นการตั้งชื่อลักษณะนี้ จะผูกไปกับความเป็นเจ้าของ โดยตรง เช่น

JP Morgan > บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุน Ogilvy > บริษัทโฆษณา Jim Thompson > ผ้าไหม ISSEY MIYAKE > นักออกแบบชั้นนําและสินค้าที่มีดีไซน์ Philippe Starck > นักออกแบบและสินค้าที่มีดีไซน์Versace > ILUSUCÍIIWBU Paul Smith > แบรนด์แฟชั่น Dell >คอมพิวเตอร์ แม่ประนอม > น้ําพริก แม่กิมไล้ >ขนมหม้อแกง

2. ชื่อแบรนด์มาจากบุคลิกภาพ้หรือคุณลักษณะแบรนด์การตั้งชื่อแบรนด์ลักษณะนี้ มาจากการที่ต้องการสร้างให้ ลูกค้ารับรู้ถึงความรู้สึกที่มาจากคุณลักษณะของสินค้า

กระทิงแดง > รู้สึกมีพลัง ดูแมนโดยมากการตั้งชื่อในกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวบ คําเดิม มาต่อยอดสร้างคําใหม่ หรือเป็นการใช้ภาษาแบบผสม ผสานก็ได้

Google > Search EngineBaramizi > Innovation and Branding Company  Greyhound > เสื้อผ้าและอาหาร  Starbucks > ร้านกาแฟระดับโลก  Lamptitude > ร้านขายโคมไฟ jaymart > ร้านขายโทรศัพท์มือถือ Facebook > Social Media  Uber > Application เรียกรถส่วนบุคคล  Microsoft > Software

สบู่เด็กที่อ่อนละมุน ละมุน > แคร์ > แป้งเด็กที่อ่อนโยน คาราบาว > วงดนตรีเพื่อชีวิต Blink > เครื่องดื่มเพื่อผิวสวย

3. ชื่อแบรนด์มาจากคําที่ประดิษฐ์พสมขึ้นมาให้เกิดคําใหม่ชื่อในหมวดนี้ จัดได้ว่าเป็นชื่อที่มีเอกลักษณ์ ใช้ความคิด สร้างสรรค์สูง แต่ถ้าสามารถหาคําที่ลงตัวและมีรากของความหมาย จะยอดเยี่ยมมาก เพราะจะมีความแตกต่างไม่เหมือนใคร4. ชื่อแบรนด์มาจาก สิ่งมีชีวิต, สถานที่ (ต้นไม้, สัตว์ บนโลกใบนี้

การตั้งชื่อในกลุ่มนี้ ไม่จําเป็นที่จะต้องขายสิ่งมีชีวิตหรือ ต้นไม้ ผลไม้ สัตว์ นั้นๆ โดยตรง ในทางตรงกันข้ามอาจเป็น แบรนด์ที่มีสินค้าและบริการไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงก็ย่อมทําได้ ถ้าเราสามารถหาจุดเชื่อมโยงมาสู่ คุณค่าของแบรนด์ของเราได้ Apple > สินค้านวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมโลก Amazon > ร้านค้าออนไลน์ Fuji > Wล์ม, อุปกรณ์ถ่ายรูป

5. ชื่อแบรนด์มาจากชื่อเมืองหรือชื่อประเทศ Manchester United > ทีมฟุตบอล Liverpool > ทีมฟุตบอล Thai Airways > สายการบินไทย Cisco >มาจาก San Francisco

6. ชื่อแบรนด์มาจากจุดเด่น ของสินค้า Body shop > สินค้าเพื่อผิวพรรณและความงาม Oishi > ร้านอาหารและเครื่องดื่ม Twitter > เสียงนกร้องจิ๊บๆ สะท้อนความเป็นSocial Media

7. ชื่อแบรนด์ที่มาจากชื่อย่อ SCG > ในอดีต คือ ปูนซีเมนต์ไทย AIA > ประกันชีวิตและการลงทุน CP > ธุรกิจร้านอาหารครบวงจร HSBC > ธนาคารระดับโลก8. ชื่อแบรนด์ที่มาจากชื่อตรง ๆ ใน อุตสาหกรรมนั้นๆPlatform a Wazzadu > Home Pro > ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง Global House > ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง Land&House > WCฒนาอสังหาริมทรัพย์

โดยภาพรวมหลักการตั้งชื่อนั้นไม่มีอะไรที่ตายตัว ทุกอย่าง สามารถสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ขอให้มีที่มาที่ไปให้ชัดเจน และมี ความแตกต่างจากคู่แข่งในบางครั้งการตั้งชื่อมีบางท่าน อาจจะกังวล เรื่องหลักโหราศาตร์

ผมไม่ปฏิเสธหลักการนี้ แต่เราต้องวิเคราะห์จากความเป็น

จุุดยืนของแบรนด์ก่อน แล้วจึงนําไปตรวจสอบตามหลัก

ความเชื่อของแต่ละท่านต่อไป และที่สําคัญเมื่อพบชื่อที่ถูกใจแล้ว ต้องรีบจองและจดเครื่องหมายการค้า ให้ครอบคลุมในหลายๆ ประเทศ ไว้ด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สามารถติดตามได้ ที่นี้ย่อหน้า


สื่อที่เกี่ยวข้อง