Brand Milestone

Brand Milestone

Brand Milestone เราพร้อมรึยังกับการเปิดเขต การค้าเสรี ในอาเซียนหรือ AEC ?

Brand Milestone

เพราะการแข่งขันธุรกิจหลังจากนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นักธุรกิจไทยจะต้องเปลี่ยน Mindset ในการบริหารธุรกิจ โลกจะหมุนเร็วขึ้นและคู่แข่ง คือเพื่อนบ้านของเราอย่าง เมียนมาร์ มาเลเซีย อินโดนยนมาร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และที่ร้อนแรงที่สุด ก็เวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และอีกประเทศยักษ์ ใหญ่ที่เราได้ยินบ่อยๆ

คําถามที่เรามักพบบ่อยต่อการลงทุนกับการสร้างแบรนด์นั้นคือ

– ต้องเจอทุกโครงการสร้างแบรนด์ แต่มันคือเรื่องที่ควรถามมากๆ ใครไม่ถามสิแปลก

เปรียบเทียบเหมือนถ้าเราจะขับรถไปหัวหิน เราก็ต้อง วางแผนในการขับ และก็ต้องขับผ่านไปที่ละหลักไมล์หรือ หลักกิโลเมตร เราต้องผ่านพระรามสอง ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ไปเรื่อย ๆ จึงจะไปถึงหัวหินได้

หรือถ้าเปรียบเทียบเป็นการสร้างตึก ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้อง มากมาย เช่น เจ้าของตึก, สถาปนิก, ผู้รับเหมา, ช่างก่อสร้าง ที่ก่อนเริ่มก่อสร้าง ก็จะต้องมีการออกแบบและจัดทําเป็น พิมพ์เขียวขึ้น เพื่อทําเป็นขั้นเป็นตอนในการสร้างตึก

ดังนั้น Brand Milestone ก็เป็นเสมือนพิมพ์เขียวระยะยาว ในการสร้างแบรนด์ ที่จะทําให้เรารู้ว่าในแต่ละกระบวนการเรา จะต้องทําอะไรบ้าง และอะไรคือตัววัดผลที่จะผ่านแต่ละหลัก ไมล์ได้ นิยามคําๆนี้ถ้าให้อธิบายง่ายๆก็คือ

Brand Milestone คือหลักกิโลเมตรของ ความสําเร็จในแต่และช่วงเวลา

Brand Milestone จะเป็นมุมมองที่มองถึงภาพความสําเร็จการ สร้างแบรนด์ที่จับต้องได้ เทียบกับระยะเวลา และการเงิน หรือ การทํา Financial Projection ทําให้เราวางแผนได้ ว่าเงินที่ลงทุน ในการสร้างแบรนด์ เราจะถึงจุดการคุ้มทุนเมื่อไร ? โดยมากระยะ เวลาที่เหมาะสมจะอยู่ในระยะ 3-5 ปี ซึ่งเป็นระยะที่กําลังดี มี ความเป็นไปได้

ถ้ามองภาพเหมือนการสร้างตึก ก็คือการสร้างฐานรากซึ่ง คนทั่วไป หรือลูกค้ามองไม่เห็นได้โดยตรง ( คิดก่อนเดินนั่นเอง ครับ ) ตึกที่แข็งแรงนั้นย่อมมีระบบฐานรากที่ยอดเยี่ยม และ ขณะเดียวกัน ถ้าสร้างตึกสวยงามแต่รากฐานไม่แข็งแรง ก็จะล้ม พังลงมาได้เมื่อเจอพายุ เจอแผ่นดินไหว เป็นต้น

ใน Milestone นี้สิ่งที่ต้องทํา คือ เพื่อสร้างเป้าหมายให้ธรกิจ มีความถูกต้องแม่นยํา และคมชัด ได้แก่

1. กําหนดกลุ่มเป้าหมายที่เราจะโฟกัส ยิ่งถ้าเรามีงบจํากัด ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบพิถีพิถัน การ กําหนดต้องกําหนดลงไปให้ละเอียดมากกว่ากําหนดแค่เพียง อายุเพศวัย (Demography) เราลองมองหาดูว่าโอกาสใหม่ๆ ของธุรกิจเราจะเกิดได้ก่อนอย่างเช่น ตัวอย่างสบู่ยี่ห้อหนึ่งที่สามารถแทรกตัวขึ้นมา ประสบความสําเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม

2. ศึกษาความต้องการของลูกค้า สินค้าและบริการที่ท่านทํานั้น สอดคล้องกับความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายแค่ไหน ในยุคปัจจุบันที่มีสินค้าและบริการ มากมายบนโลกใบนี้ เราต้องวิจัยด้วยตนเองหรือถ้าไม่มีเวลา แล้วมีงบก็ต้องจ้าง outsource ครับ มันสําคัญมากเพราะมัน ทําให้ท่านเข้าใจมิติจากภายนอกมากขึ้น แต่จะนําไปใช้มาก

Brand Milestone 2 : Brand Structure

“โครงสร้างในที่นี้จําเป็นต้อง มีทีมที่ยอดเยี่ยมมาช่วยเรา Implementเพราะในกลยุทธ์เดียวกันสามารถ Implement ได้หลากหลายแบบ ต้องอาศัยคนมีฝีมือเท่านั้นอะไรที่เราถนัดทําเอง แต่ถ้าไม่ถนัดต้องยอมลงทุนหามืออาชีพมาช่วยเร็วกว่า”

190 เครื่องสร้างเงิน ที่เรียกว่า BRANDซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องงานออกแบบหรืองานครีเอทีฟเท่านั้น แต่ เงในงานในทุกๆ ส่วน เช่น การขยายช่องทางจัดจําหน่ายใหม่ๆ เดี๋ยวนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่จะมีเครือข่ายของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเรา ทําขั้นตอนโครงสร้างได้ดี นั่นหมายถึงเวลาเราต่อยอดเราจะไป ได้ไกลและรวดเร็วกว่า แข็งแรงและยั่งยืนกว่า

คือการหาว่าแบรนด์เราธุรกิจเราจะสร้างช่องทางการเข้าถึง ลูกค้า ให้สามารถซื้อสินค้าและบริการเราได้จากช่องทางใดบ้าง ซึ่งถ้าเราไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาวางแผน เรามักจะทําตามความ เคยชินที่มีในตลาด ซึ่งทําให้ยากที่เราจะเข้าไปแทรกเป็นแบรนด์ ที่จะสร้างยอดขายได้เร็วกว่าคู่แข่งรายเดิม ซึ่งการขยายช่องทาง ใหม่นั้นมีมุมมองหลักๆ คือ

1.1 การสร้างช่องทางเดิมที่คู่แข่งอยู่แต่หา กลยุทธ์ที่แตกต่างกว่า

ข้อนี้มีกรณีศึกษา ที่สําคัญในเมืองไทยคือ การแข่งกันทาง ด้านการครอบครอง ช่องทางจัดจําหน่ายของ ค่ายน้ําเมายักษ์ๆ อย่างเบียร์สิงห์และเบียร์ช้าง ที่ต้องจารึกไว้เลยว่าเกือบทําให้ สิงห์หายไปจากกระบบได้ เพราะการที่เบียร์ช้างใช้กลยุทธ์ที่ลด แลกแจกแถม และยังมีระบบซื้อเหล้าพ่วงเบียร์ จนทําให้ร้านค้า

แต่แบรนด์ไทยจํานวนมากมักมุ่งแต่การผลิตสินค้าโดย ไม่วางแผนงานสําหรับการนําเสนอแบรนด์เลย และขาดการ วางแผนทางการเงินในเรื่องนี้ ทําให้แบรนด์ไม่สามารถทะยาน เป็นแบรนด์ที่เข้าไปนั่งในใจ สร้างความรู้สึกให้ลูกค้าได้

คําว่า Touch Point ถ้าแปลตรงๆ ก็คือ จุดสัมผัสแบรนด์ นั้นเอง คือจุดที่เชื่อมต่อแบรนด์คุณสู่ลูกค้า ถ้าเรามีงบไม่มาก เรายิ่งต้องเลือกการนําเสนอแบรนด์ผ่านจุดสัมผัสแบรนด์ที่มี โอกาสพบเจอลูกค้าเรามากที่สุดก่อน เช่นกรณีที่ 1 :

ถ้าเราเป็นร้านขายเบเกอรี่ เพิ่งเปิดใหม่หรือเพิ่งเริ่มต้น จุดสัมผัสแบรนด์ที่มากที่สุดที่แบรนด์เราจะปะทะลูกค้า คือ ร้าน เรานั่นเอง เราควรนําเสนอแบรนด์ ผ่านสื่อ ณ จุดขายทั้งหมดให้ ดีที่สุด และต้องทําอย่างจริงจัง ณ จุดขายเหล่านี้ ตั้งแต่

Touch Point หลัก :ร้านของเราการนําเสนอแบรนด์ : เสือ ณ จุดขายรูปแบบป้ายหน้าร้าน

สติกเกอร์ติดหน้าร้าน – เมนู อาหาร – ป้ายบนโต๊ะอาหาร – กระดาษปูโตะ เป็นต้น – หรือแม้กระทั่งชุดพนักงานกรณีที่ 2 :ถ้าเราเป็นแบรนด์ที่เริ่มเปิดมาสักระยะ แล้วเราเริ่มอยาก ขายแบรนด์ เราออกไปให้คนรู้จักและกลับมาเป็นลูกค้ามากขึ้น

กรณียกตัวอย่างที่เป็นแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ลองดูว่า หลักคิดเป็นอย่างไร ?

Touch Point หลัก :ร้านของเรา + สื่อที่คนดูแลสุขภาพษอบดู ( เด็กหรือใหญ่ก็ได้)

การนําเสนอแบรนด์ :สื่อ ณ จุดขาย + สร้าง Content ในสื่อออนไลน์ ที่คนชอบดูแลสุขภาพเข้าไป แล้วลิงก์มาเว็บหรือ เฟสบุ๊คเรา

3. สร้างทีมงานข้อนี้เป็นรายละเอียดที่สําคัญมากอีกข้อหนึ่งคือการ สร้าง ทีมงานที่แข็งแกร่ง ครั้งหนึ่งเจ้าสัวซีพีเคยให้สัมภาษณ์ถึงเคล็ดลับ ความสําเร็จของธุรกิจในยุคจากนี้เป็นต้นไป จะเป็นการแข่งขัน กันว่าธุรกิจไหนดึงดูดคนที่เก่งและดีมาร่วมงานได้มากกว่ากัน ซึ่งสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของ แจ็ค หม่า แห่งอาณาจักร Alibaba ที่ว่า

ทีมที่แข็งแกร่ง มีอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้น ที่จะทําให้ธุรกิจคุณทะยานไปข้างหน้าได้

อย่างยิ่งใหญ่ และเติบโตไปด้วยกัน ในยุคนี้คนรุ่นใหม่จะไม่ชอบให้มีหัวหน้างาน

หรือผู้บริหารที่แสดงความเป็น BOSS เลอเวลา แต่ชอบความเป็น Mentor คือ คนที่คอยให้คําแนะนําปรึกษา

พูดคุยกันได้ณสมบัติสําคัญของทีม ในปัจจุบันนอกจากได้คนที่เก่ง มีความสามารถในด้านนั้นๆ แล้ว ยังต้องคํานึงถึงคุณสมบัติ บางประการที่มีส่วนช่วยอย่างมากในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้ ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สามารถติดตามได้ ที่นี้


สื่อที่เกี่ยวข้อง