แบรนด์ คือ การสร้างที่ดินในใจผู้บริโภค

แบรนด์ คือ การสร้างที่ดินในใจผู้บริโภคโจทย์สำหรับการทำธุรกิจวันนี้ของคุณคืออะไร ?

ยอดขาย ความพึงพอใจอของลูกค้า หรือ คุณค่าที่ให้กับโลกใบนี้ ผมว่าถูกต้องทั้งหมด

แต่ถ้าวันนี้เรามุ่งแต่ยอดขาย เราอาจขายไม่ได้เลย เพราะคนสมัยนี้มีทางเลือกมากมาย และธุรกิจเราเองก็ควรเน้นการส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้ามากกว่า ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่อง แบรนด์ของคุณจะเข้าไปนั่งในใจลูกค้า เปรียบเสมือนการจับจองที่ดินที่อยู่ภายในใจของลูกค้า หรือ เรียกว่า “การสร้างแบรนด์อย่างถูกต้อง เปรียบเสมือนการสร้างที่ดินในใจผู้บริโภค”

และเมื่อถมที่ดินผืนนั้นจนเต็ม ก็จะสามารถต่อยอดในการสร้างตึก สร้างอาคาร ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสิ้นทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลของเจ้าของแบรนด์ได้ต่อไป ผมเปรียบเทียบไว้อย่างนี้

  • การถมที่ดิน การสร้างแบรนด์เราให้เป็นที่รู้จัก
  • ที่ดินที่ถมเรียบร้อย แบรนด์เราเป็นที่รู้จักและคุ้นเคย
  • สร้างตึกบนที่ดิน แบรนด์เราสร้างความผู้พันเหนียวแน่นสร้างความรู้สึกให้กับผู้บริโภค
  • ตึกที่สูงและสวยงาม แบรนด์เราสร้างความเชื่อความศรัทธา ให้กับผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อย

การทำให้แบรนด์เป็นสินทรัพย์ในใจผู้บริโภคนั้น มูลค่าย่อมมากกว่าที่ดินจริง ๆ หลายเท่า ลองคิดดูครับ

คุณต้องการซื้อที่ดินมากแค่ไหนจึงจะมีมูลค่าเท่ากับแบรนด์อย่าง Apple ซึ่งมีมูลค่ากว่าสามแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ สินทรัพย์ประเ๓ทนี้นับวันมีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ผมขอย้ำอีกทีนะครับว่า การลดลงอย่างต่อเนื่องของตัวเลขการลงทุนทางตรงของนักลงทุนในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบสมัยก่อน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอันเกิดจากศักยภาพการแข่งขันของเราที่สู้หลาย ๆ ประเทศไม่ได้ ซึ่งทฤษฎีการสร้างแบรนด์สามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาการเติมโตของประเทศได้เช่นเดียวกัน

“ประเทศไทยจะสร้างที่ดิน ในใจของชาวโลกได้อย่างไร ?”

นี่คือคำถามสำคัญของภาคธุรกิจไทย เพราะ นี่คือความอยู่รอดของเราในอนาคตอันใกล้

ลองมาดูตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านที่เติมโตและสร้างจุดยืนที่ชัดเจนในการดำเนินนโยบายการบริหารประเทศ เช่น

แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์สร้างที่ดินในใจของชาวโลกในตำแหน่งศูนย์กลางทางการค้า การเงิน และเทคโนโลยี นับตั้งแต่ศูนย์การค้าในภูมิภาค ศุนย์กลางทางการขนส่งศูนย์กลางของออฟฟิศเทคโนโลยีชั้นนำ และในอนาคตอันใกล้จะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาสมัยใหม่ และศูนย์กลางทางการศึกษาสมัยใหม่ และศูนย์กลางของธุรกิจ Tech Start Up

ตอนนี้ประเทศมาเลเซียก็กำลังอยู่ในช่วงการหาตัวตนหรือจุดยืน ซึ่งรายได้ของประเทศมาเลเซีย ไม่สามารถพึ่งพาเฉพาะน้ำมันได้อีกต่อไป เพราะราคาน้ำมันจะถูกควบคุมด้วยกลไกการแข่งขันทางตลาดด้วยพลังงานทางเลือกที่ถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จุดยืนที่ประเทศมาเลเซียกำลังวางแผนคือการเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล และเน้นภาคธุรกิจด้านการบริการมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้การสร้างที่ดินในใจของลูกค้า นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป ท่านต้องต้องคำนึงถึงการสร้างที่ดินในใจของผู้คน (ยิ่งกว่าขวางเท่าไหร่ยิ่งดี)

การที่จะเข้าไปครอบครองพื้นที่ในใจของผู้คนนั้น แบรนด์ย่อมต้องให้คุณค่าบางอย่างที่พิเศษกว่าที่เค้าเคยได้รับ และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันบางอย่างได้ เช่น

แบรนด์ชั้นนำที่เกิดมาพร้อมกับการแก้ปัญหาของโลกอย่าง “google” ซึ่งเกิดมาเพื่อตอบสนองการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บนโลกใบนี้ รวมทั้งการจัดการคลังข้อมูลให้คนทั่วโลกเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้แบรนด์นี้ทะยานขึ้นเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกได้อย่างรวดเร็ว แซงหน้าแบรนด์ต่าง ๆ ที่มีมาก่อนหน้าหลายสิบหรือร้อยปี และ ระบบ Search Engine ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล

ผมจึงอยากให้ทุก ๆ ท่าน ลองคิดทบทวนดูว่า ท่านลงทุนกับการฝากเงินในธนาคาร เพื่อรับดอกเบี้ยอันน้อยนิด ลงทุนในกองทุน ซึ่งขึ้น ๆ ลง ๆ ลงทุกในหุ้นซึ่งมีความผันผวนตลอดเวลา ลงทุนในทองคำที่อาจไม่เห็นเงินงอกเงยขึ้นเลย

แบรนด์

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ท่านจะลงทุนกับการสร้างสินทรัพย์แบรนด์ที่จะทวีมูลค่าในทุกสภาวะอย่างจริงจังเสียที หากท่านคือเจ้าของสินทรัพย์แบรนด์ เช่น Apple , Google , Facebook , Coca Cola , Mercedez Benz , Nike , Disney , Samsung

ท่านคิดดูว่าการลงทุนนี้ คุ้มค่าพอไหม กับมูลค่าของสินทรัพย์ที่อยู่คู่กับโลกนี้ไปอีกยาวนาน มูลค่าหรือจำนวนสินทรัพย์ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะเป็นต้องชีวัดความแข็งแกร่ง ของประเทศนั้น ๆ อีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สื่อที่เกี่ยวข้อง : เครื่องสร้างเงินที่เรียกว่าแบรนด์